วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558


อาการผีอำ หรือ Hag Attack' hag

ขอเล่าสาเหตุที่โพสต์เรื่องนี้ก่อนนะคะ คือ ในตอนช่วงเย็นที่ผ่านมา แอดมินได้เผลองีบไปสักพัก พอตื่นขึ้นมา ก็มีอาการผีอำ หรือเรียกว่าอาการSleep paralysisค่ะ พอเกิดอาการนี้ปุ๊บ ก็ทำให้นึกย้อนไปในช่วงที่แอดมินเรียนปี2อยู่ค่ะ ว่าเคยเรียนเรื่องนี้เหมือนกันในวิชาPhysiological Psychology และเคยนำเสนอเรื่องนี้ไปครั้งนึงแล้ว แต่ดันหาไม่เจอ เลยคิดว่าน่าจะนำเสนอเรื่องนี้อีกครั้งค่ะ

อาการผีอำ ไม่ได้เป็นเรื่องราวของไสยศาสตร์ เรื่องหลอนๆนะคะ แต่เป็นอาการทางร่างกายที่เกิดมาจากสมองกับร่างกายตื่นไม่พร้อมกัน ในอาการผีอำ คือ สมองยังไม่ตื่น (สารที่ควบคุมไม่ให้ร่างกายเคลื่อนไหวยังคงทำงาน) แต่ร่างกายเราตื่นแล้ว(รู้สึกตัวแต่ไม่สามารถขยับตัวได้)

ซึ่งลักษณะอาการผีอำ คือ เมื่อเราตื่น รู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว แต่เราทำได้เพียงกลอกสายตาไปมาๆ แต่ไม่สามารถลุกขึ้นได้ ยกแขนยกขาไม่ได้ รู้สึกว่ามีผีหรืออะไรหนักๆมานั่งทับบนตัว เวลาจะตะโกนออกเสียงร้องให้คนช่วย ก็ไม่สามารถออกเสียงได้ ร้องไม่ออกนั่นเอง ในวินาทีนั้น เราก็จะรู้สึกตกใจ คิดไปเอาเองว่า เรากำลังโดนผีอำ แล้วสมองของเราจะจินตนาการเรื่องราวที่น่ากลัวให้ผสมกับความรู้สึกที่มีอยู่ บางคนมีอาการประสาทหลอนขึ้นมา เช่นอาจเห็นภาพหลอนหรือได้ยินเสียงต่างๆ ทำให้รู้สึกหลอนๆ หวาดกลัวเต็มที่ แล้วจากนั้นสักพัก พอความกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาเยอะๆ เราก็จะเริ่มสวดมนต์เพื่อให้ผีออกไป พอสวดมนต์ไปสักพัก ก็คิดว่าสงสัยผีคงกลัวเสียงสวดมนต์ ทำให้อาการเราดีขึ้น และเริ่มขยับตัวได้ค่ะ

แต่ในความจริงแล้ว ที่ร่างกายเริ่มขยับตัวได้ เป็นเพราะว่าสมองของเราได้เริ่มหยุดการหลั่งฮอร์โมน(Growth hormone)ออกมาค่ะ ซึ่งฮอร์โมนที่ว่านี้จะยับยั่งไม่ให้ร่างกายทำงานในขณะที่ฝันอยู่ค่ะ เพื่อป้องกันการขยับของร่างกายเมื่อเรากำลังฝัน หากฮอร์โมนตัวนี้ ไม่ทำงาน ก็จะทำให้เราเกิดอาการละเมอค่ะ กล่าวคือ ขณะที่เราหลับหรือฝันอยู่ เมื่อฮอร์โมนไม่ทำงาน จะทำให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหว อาจก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเราเองได้ค่ะ

ซึ่งอาการผีอำส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อเราหลับในช่วงระยะ REM (Rapid eyes movement)ค่ะ เป็นระยะที่2ของการนอนหลับ และระยะที่เราใกล้ตื่น ซึ่ง2ระยะนี้เป็นระยะของการเกิดความฝันค่ะ แต่ถ้าเรานอนหลับสนิทหรือหลับลึกเลย เราจะไม่มีความฝันค่ะ พอเราได้หลับสนิท ตื่นมาร่างกายก็จะสดชื่น สดใส เพราะได้หลับอย่างเต็มที่ค่ะ

อาการผีอำนี้ จะพบได้ทุกวัยนะคะ สาเหตุที่เกิดอาการผีอำมีหลายสาเหตุเช่น
1.อดหลับอดนอน
2.นอนหลับไม่สนิท
3.การใช้สารเสพติด
4.เป็นโรคลมหลับ(Narcolepsy) > โรคง่วงนอนตลอดเวลา

วิธีดูแลตัวเองไม่ให้เกิดอาการนี้นะคะ
1.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยให้เรานอนหลับได้สนิทค่ะ
2.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่านอนเยอะเกินไป
3.พยายามทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ไม่เครียด
4.นอนหลับให้เป็นเวลา

แต่หากมีอาการบ่อย ก็ควรที่จะไปพบแพทย์ หวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้เข้าใจสาเหตุและอาการผีอำนะคะ จะได้ไม่ตกใจ และหลอน เมื่อมีอาการนี้ขึ้นมาค่ะ

/// Admin P'Rnm

-ขอบคุณภาพประกอบ : จาก imgur.com/gallery/mHFnw

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2558

10 วิธีในการมีเซ็กซ์บนรถยนต์ส่วนตัว

สำหรับใครที่กำลังเบื่อการมีเซ็กส์ในรูปแบบเดิมๆแล้วละก็ลองดูนี่เลยกับ "10 วิธีที่ถูกต้องสำหรับการแอบมีเซ็กส์บนรถยนต์" ที่เห็นแล้วต้องบอกเลยว่ามันเป็นทฤษฎีในตำนานเลยทีเดียว หากใครจะลองนำกลับไปใช้ละก็ตามสบายเลยแล้วกันนะ











วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558

หายจาก โรคภัย ไข้เจ็บ ต่าง ๆ

หมอต้น " น.พ. นิพันธ์พงศ์ พานิช ( จบทางด้าน ความงหมอต้น " น.พ. นิพันธ์พงศ์ พานิช ( จบทางด้าน ความงาม จากสหรัฐ )ปัจจุบัน เป็นแพทย์ ทางเลือก " แผนไทย ประยุกต์ " ด้วยสมุนไพรไทย 
(น่าเก็บไว้ตำราชุดนี้ไม่มีอีกแล้ว)
หายจาก โรคภัย ไข้เจ็บ ต่าง ๆ ทั้งหมด... โดยไม่ต้อง ใช้ยา... โดย ไม่ต้อง ผ่าตัดเลย...
ด้วยการ ปฎิวัติ การใช้ชีวิต และ อาหารการกิน... โภชนา บำบัด และ ธรรมชาติ บำบัด...
หายจากทุกๆโรคได้ และ มีสุขภาพ ที่แข็งแรง...

1) " ปัญหา โรคไต ในคนไทย " 

2)  " ดูแลไต ไม่ให้ป่วย " 
 
3)  " โรคไต คนไทย ต้องหาย " 

4)  " เบาหวาน หายได้ ง่าย นิดเดียว "                               

5)  " โรคเบาหวาน หายขาดได้ " 

6) " ตอน 3 โรคเรื้อรัง ของ คนเมือง " 

7) " ทำอย่างไร ให้คนไทย หายจาก โรคเรื้อรัง " 
 
8)  "ติดตามผล คนไทย สู้ภัย เบาหวาน" 

9) " หมอต้น กับ ทอล์คโชว์ สุขภาพ " 

10) " หมอต้น ตอบคำถาม " 

11) " เตือนภัย ไขมัน ตกค้าง ในร่างกาย " 

12) " โครงการ ตำรับ สมุนไพรไทย แก้ปัญหา โรคหัวใจ และ ความดัน " 

13)  " ปรับความดัน ปรับชีวิต " 
 
14) " ติดตามผล คนไทย หายป่วย จากโรค หัวใจ และ หลอดเลือด " 

15) " อะไร ? ทำให้ คนไทย ป่วยด้วยโรค มะเร็ง " 
 
16) " เหตุใด คนไทย ป่วยด้วย โรคมะเร็ง " 
17) " สมุนไพร รักษาโรค ไทรอยด์ " 

18) " เข่าเสื่อม โรคทรมาน ของผู้สูงอายุ " 
       
19) " โรคข้อเข่า อักเสบเสื่อม ในผู้สูงอายุ " 

20) " การจัด กระดูก " 
       
21) " การจัด โครงสร้าง กระดูก ด้วยวิธีการ ทางแพทย์ แผนไทย " 
22) " ล้างใจ ก่อนคิด ไปล้างพิษ "                            
 
23) " สมุนไพรไทย สู้ภัย ภูมิแพ้ "                                 
 
24) " อากาศ บริสุทธิ์ ยา อายุวัฒน ขนานเอก " 
         
25) " โอโซน จากทะเล " 
 
26) " น้ำดื่ม..ดื่มน้ำ " 
 
27) " แคลเซียม จำเป็น ต้องเสริม หรือไม่ ?" 
28) " พลังชีวิต พิชิตโรค " 
          
29) " รู้หรือไม่ ? ร่างกาย มนุษย์นั้น สุดยอด " 
 
30) “ สุขภาพดี วิถีไทย ตอนพิเศษ “ 

ดีมากๆจริงๆครับ คัดลอกเอาไว้ก่อน มีเวลาค่อยๆดู จำไม่หมด
 จดเอาไว้นะครับาม จากสหรัฐ )ปัจจุบัน เป็นแพทย์ ทางเลือก " แผนไทย ประยุกต์ " ด้วยสมุนไพรไทย 
(น่าเก็บไว้ตำราชุดนี้ไม่มีอีกแล้ว)
หายจาก โรคภัย ไข้เจ็บ ต่าง ๆ ทั้งหมด... โดยไม่ต้อง ใช้ยา... โดย ไม่ต้อง ผ่าตัดเลย...
ด้วยการ ปฎิวัติ การใช้ชีวิต และ อาหารการกิน... โภชนา บำบัด และ ธรรมชาติ บำบัด...
หายจากทุกๆโรคได้ และ มีสุขภาพ ที่แข็งแรง...

1) " ปัญหา โรคไต ในคนไทย " 

2)  " ดูแลไต ไม่ให้ป่วย " 
 
3)  " โรคไต คนไทย ต้องหาย " 

4)  " เบาหวาน หายได้ ง่าย นิดเดียว "                               

5)  " โรคเบาหวาน หายขาดได้ " 

6) " ตอน 3 โรคเรื้อรัง ของ คนเมือง " 

7) " ทำอย่างไร ให้คนไทย หายจาก โรคเรื้อรัง " 
 
8)  "ติดตามผล คนไทย สู้ภัย เบาหวาน" 

9) " หมอต้น กับ ทอล์คโชว์ สุขภาพ " 

10) " หมอต้น ตอบคำถาม " 

11) " เตือนภัย ไขมัน ตกค้าง ในร่างกาย " 

12) " โครงการ ตำรับ สมุนไพรไทย แก้ปัญหา โรคหัวใจ และ ความดัน " 

13)  " ปรับความดัน ปรับชีวิต " 
 
14) " ติดตามผล คนไทย หายป่วย จากโรค หัวใจ และ หลอดเลือด " 

15) " อะไร ? ทำให้ คนไทย ป่วยด้วยโรค มะเร็ง " 
 
16) " เหตุใด คนไทย ป่วยด้วย โรคมะเร็ง " 
17) " สมุนไพร รักษาโรค ไทรอยด์ " 

18) " เข่าเสื่อม โรคทรมาน ของผู้สูงอายุ " 
       
19) " โรคข้อเข่า อักเสบเสื่อม ในผู้สูงอายุ " 

20) " การจัด กระดูก " 
       
21) " การจัด โครงสร้าง กระดูก ด้วยวิธีการ ทางแพทย์ แผนไทย " 
22) " ล้างใจ ก่อนคิด ไปล้างพิษ "                            
 
23) " สมุนไพรไทย สู้ภัย ภูมิแพ้ "                                 
 
24) " อากาศ บริสุทธิ์ ยา อายุวัฒน ขนานเอก " 
         
25) " โอโซน จากทะเล " 
 
26) " น้ำดื่ม..ดื่มน้ำ " 
 
27) " แคลเซียม จำเป็น ต้องเสริม หรือไม่ ?" 
28) " พลังชีวิต พิชิตโรค " 
          
29) " รู้หรือไม่ ? ร่างกาย มนุษย์นั้น สุดยอด " 
 
30) “ สุขภาพดี วิถีไทย ตอนพิเศษ “ 

ดีมากๆจริงๆครับ คัดลอกเอาไว้ก่อน มีเวลาค่อยๆดู จำไม่หมด
 จดเอาไว้นะครับ

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

7 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานยุค Social

วันนี้ขอนำเสนอ tips ส่วนตัวที่ผมชอบใช้ในการทำงานครับ คิดว่าทุกๆ อันอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่มันเวิร์คสำหรับผม เลยเอามาแบ่งปันใน thumbsup ครับ
1. ทำงานด้วยการพูดคุยแบบเห็นหน้ากันให้มากกว่าอีเมล / Chat
เวลาผมทำงาน ผมจะชอบพูดจากันแบบเห็นหน้าค่าตากันมากกว่าส่งอีเมลหรือ Chat หากัน เพราะมันสื่อสารได้ครบถ้วนกว่า เราเห็นทั้งภาษากาย และน้ำเสียงของคนที่เราคุยด้วย มันมีประสิทธิภาพมากกว่าเยอะ มนุษย์ออฟฟิศสมัยนี้ทำงานด้วยอีเมลกันเยอะเกินไป บ้างก็ตั้งกลุ่ม Chat กัน (ส่วนใหญ่ก็ LINE, WhatsApp เอา WeChat บ้างมั้ย? #เนียน) งานบางงานคุยกันแล้วทำเลยสามารถจบได้ไวกว่าครับ แถมบางเรื่องถ้าลับๆ คุยกันแบบไม่ต้องพิมพ์ก็ดีกว่า
2. ใช้ Social Media เท่าที่จำเป็นในแต่ละวัน 
ตัวที่ขัดขวางสมาธิในการทำงานในแต่ละวันอย่างแท้จริงคือ Social, Chat ทั้งหลายครับ เคยไหมที่ Facebook มันขึ้น notification สีแดงๆ ขึ้นมาทั้งบนมือถือและบน Desktop ของเรา (แถมจะไม่กดดูก็กระไรอยู่) เราก็ควรที่จะใช้มันเท่าที่จำเป็น ถ้ามีอะไรด่วนโทรคุย หรือนัดประชุมไวๆ เลยจะดีกว่า ในวันนึง ผมจะเช็ค Notification แค่วันละไม่กี่ครั้ง ทำแบบนี้จะทำงานได้ราบรื่นกว่าในแต่ละวัน
3. ตระเตรียมงานในคืนวันอาทิตย์หรือเช้าวันจันทร์
คืนวันอาทิตย์เราจะเริ่มมีไอเดียสะสมจากช่วงวันหยุด ดึกๆ นั่งคิดงานเงียบๆ จะได้อะไรเยอะ หรือถ้าบังเอิญกลับมาดึก แนะว่านอนให้เร็ว แล้วรีบไปถึงออฟฟิศแต่เช้า ใช้เวลาสัก 2 ชั่วโมงทำรายการสิ่งที่จะต้องทำในสัปดาห์นี้ แล้วจัดลำดับความสำคัญ อะไรทำเสร็จก็ขีดเส้นสีแดงออกไปเรื่อยๆ
4. พยายามอย่ารับนัดในวันพุธ หรือวันพฤหัสบดี 
ผมจะพยายามไม่รับนัดประชุม (โดยเฉพาะนอกสถานที่ ที่ต้องเสียเวลาเดินทาง) ให้ได้สัปดาห์ละ 1 วัน โดยเฉพาะกลางสัปดาห์ เพราะเราจะได้มีเวลาในการทำงานแบบลื่นไหลต่อเนื่อง ไม่มีอะไรเข้ามาขัดขวาง
5. หาไอเดียในการพรีเซนต์ด้วย Slideshare  
เป็นวิธีออกโกงๆ นิดนึง คือเชื่อไหมครับ โลกนี้ไม่มี Original idea หรอก ไอเดียที่ดีคือการ “จับแป๊ะชนแกะ” แล้วนำมาปรับใช้ให้ถูกสถานการณ์ ถ้าต้องทำสไลด์พรีเซนต์โน่นนี่นั่น แนะนำครับว่ามีคนเคยคิดเหมือนคุณ แล้วแชร์ไว้ใน Slideshare.net เรียบร้อยแล้ว ไม่เชื่อไปหาดู ถึงมันจะไม่ตรงกับที่คุณอยากได้ 100% แต่เชื่อเถอะว่าทำให้คุณทำงานได้ไวกว่าเดิมเพียบ
6. เลือกใช้ Application ที่ช่วยให้คุณทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งบน Mobile, Tablet, PC, Mac ให้คุ้มค่า เช่น  Evernote
ส่วนตัวผมเป็นแฟน Evernote ครับ ใช้เยอะอยู่ เวลาคิดอะไรได้ก็จดไว้บนนี้ เข้าประชุมอะไรก็จดไว้เป็นข้อๆ พอถึงเวลาที่จะเอาไปคุยกับทีมงานต่อก็กด Evernote Presentation Mode โดยไม่ต้องมานั่งทำ Slide บน PowerPoint ใหม่ ที่สำคัญมันติดตัวผมไปทุกที่ที่ต้องการ เพราะเราทำงาน On-the-Go ทุกเวลา ทุกแพลตฟอร์ม  เวลาแชร์กับเพื่อนร่วมงานก็ทำได้ง่ายดาย ผมมักจะบอกให้คนรอบๆ ตัวใช้ Evernote ก็เพราะเหตุนี้
7. พยายามเช็คเมลให้จบทุกฉบับก่อนกลับบ้าน
ฟังดูอาจจะเป็นวิธีที่ไม่เจ๋งเท่าไหร่ แต่อันนี้เป็นสิ่งที่ผมทำประจำเพราะส่วนตัวทำงานบริษัทอินเทอร์เน็ต คนในออฟฟิศแม้จะรู้ว่าผมชอบพูดคุยแบบเห็นหน้า แต่บางทีอยู่กันคนละชั้นจะหาเวลาเจอตัวเราไม่ได้ระหว่างวัน (และหาเวลาประชุมในอาทิตย์นั้นก็ไม่ได้) ก็ชอบส่งเมลมา ผมก็จะรีบเช็ครีบตอบเขาไปให้เร็วที่สุด บางคนอาจจะมีวิธีกด “Mark as Read” ไปโดยไม่อ่าน แต่ผมจะทำใจไม่ได้ครับ จะเช็คเมลด้วยตัวเองทุกฉบับก่อน เวลานอนก็จะสบายใจ ไม่กังวลว่ามีอะไรค้างคา

http://thumbsup.in.th/2014/10/digital-tips-my-personal-7-ways-of-productivity-in-social-era/

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

10 อันดับ ท่าน่าลองใช้

10.ท่ายืนหันหน้าเข้าหากัน
ท่านี้ฝ่ายหญิงใช้หลังพิงฝาผนัง แยกขาหรือยกขาขึ้น 1 ข้าง เกี่ยวขาหรือสะโพกฝ่ายชาย หันหน้าเข้าหาฝ่ายชาย ท่านี้โรแมนติกอย่างยิ่งขอบอก เพราะเป็นท่าที่ร้อนแรง ประเภทโผผวาเข้าหากันในขณะที่มีเวลาไม่มาก ส่วนการจะสอดใส่ได้ลึกหรือไม่ขึ้นอยู่กับการแยกขาของฝ่ายหญิง
**ท่านี้ไม่เหมาะกับแม่ตั้งครรภ์ เพราะอาจเกิดการหกล้มหรือบาดเจ็บอื่นๆ ได้ค่ะ
9.ท่ายืนหันหลังไปทางเดียวกัน
ท่านี้ผู้หญิงยืนอยู่ด้านหน้าฝ่ายชาย ใช้ 2 มือเท้าฝาผนัง แยกขาออกและโก่งสะโพกเล็กน้อย ฝ่ายชายสอดใส่อยู่ด้านหลังใช้มือพยุง 2 สะโพก ข้อดีคือ มีฝาผนังช่วยพยุงฝ่ายหญิงไว้ ทั้งสอดใส่ได้ลึก แต่ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายต้องแข็งแรงพอที่จะยืนทำภารกิจตั้งแต่ต้นจนจบ
**ท่านี้เหมาะกับแม่ตั้งครรภ์ตั้งแต่เริ่มท้องจนถึงใกล้คลอด
8.ท่านั่งบนตักหันหน้าไปทางเดียวกัน
ท่านี้คล้ายท่านารีขี่ม้ากลับหลัง โดยฝ่ายชายนั่งอยู่บนม้านั่งหรือโซฟา เอนหลังเล็กน้อย ฝ่ายหญิงนั่งบนตัก หันหน้าไปทางเดียวกัน ข้อดีคือ สอดใส่ได้ลึก ทั้งยังเป็นท่าที่โรแมนติก เพราะฝ่ายหญิงและฝ่ายชายสามารถกอดกันได้อย่างอบอุ่น
**ท่านี้เหมาะกับแม่ตั้งครรภ์ตั้งแต่เริ่มท้องจนถึงใกล้คลอด
7.ท่านั่งบนตักหันหน้าเข้าหากัน
ท่านี้คล้ายท่านารีขี่ม้า โดยฝ่ายชายนั่งอยู่บนม้านั่งหรือโซฟา เอนหลังเล็กน้อย ฝ่ายหญิงนั่งบนตัก หันหน้าเข้าหากัน ข้อดีคือ สอดใส่ได้ลึก ทั้งยังเป็นท่าที่โรแมนติก เพราะฝ่ายหญิงและชายสามารถโน้มตัวเข้ามากอดกันได้อย่างอบอุ่น
**ท่านี้สามารถใช้ได้ในแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน หากตั้งครรภ์แก่กว่านี้ไม่ควรใช้ท่านี้นะคะ
6.ท่าด็อกกี้
ท่านี้ฝ่ายหญิงคลาน 4 เท้า ฝ่ายชายยืนย่อเข่า หรือคุกเข่าสอดใส่ด้านหลัง ท่านี้อาจจะเป็นท่าฝันเฟื่องแฟนตาซีของคู่รัก ทั้งสอดใส่ได้ลึก ทั้งฝ่ายชายอาจจะประยุกต์หมุนควงสว่านให้กระทบปุ่มกระสันและจุดจี ทำให้ถึงจุดสุดยอดได้ง่ายทั้งในฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย ข้อเสียคือ การกระแทกรุนแรงอาจทำให้ฝ่ายหญิงที่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะได้
**ท่านี้สามารถใช้ได้ในแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน
5.ท่าช้อนซ้อนกัน
ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงนอนตะแคงหันหน้าไปทางเดียวกัน ฝ่ายหญิงอยู่ด้านหน้าฝ่ายชายสอดใส่เข้าด้านหลัง ท่านี้เป็นท่าของคู่รักที่ไม่ค่อยแข็งแรง เช่น เป็นโรคหัวใจและไขข้อ
***ท่านี้ยังเหมาะกับแม่ตั้งครรภ์ตั้งแต่เริ่มท้องจนถึงใกล้คลอด เป็นท่าที่ช่วยถนอมพลังงาน ไม่ให้เหนื่อยจนเกินไป และเชื่อว่าการสอดใส่แบบนี้จะสอดใส่ได้ไม่ลึกนัก การทำท่านี้ 2 วันก่อนไข่ตก มักจะได้ลูกสาวค่ะ
4.ท่าทำรักบนเคาน์เตอร์
ท่านี้ฝ่ายหญิงนั่งบนเคาน์เตอร์ซึ่งสูงพอดีกับระดับเอวของฝ่ายชาย แยกขาออกเพื่อกว้างพอให้ฝ่ายชายยืนแนบชิด ข้อดีคือ ความตื่นเต้นในท่วงท่าใหม่และสถานที่ การสอดใส่ได้ลึก ความสามารถกระตุ้นจุดจี (G-spot) ของฝ่ายหญิงซึ่งอยู่ที่ช่องคลอดด้านบนกึ่งกลางระหว่างปากมดลูกและรูปัสสาวะ รวมทั้งยังทำให้ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอดได้ง่ายและรุนแรง ข้อควรระวังคือ ระวังอุบัติเหตุตกลงมาจากเคาน์เตอร์ และควรให้การกระทำเป็นเรื่องส่วนตัวมิดชิด เพราะอาจจะกลายเป็นการแสดงหนังโป๊ให้ผู้อื่นชม
**ท่านี้สามารถใช้ได้ในแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน
3.ท่านารีขี่ม้ากลับหลัง
ท่านี้เหมือนท่านารีขี่ม้าเพียงแต่ฝ่ายหญิงหันหลังกลับ คือหันหลังให้ฝ่ายชาย นอกจากมีข้อดีเหมือนกับท่านารีขี่ม้าทุกประการ ยังแอบโรแมนติกเล็กๆ เพราะการหันหลัง ไม่รู้ว่าฝ่ายชายจะมีเซอร์ไพรซ์อะไร
**ท่านี้เหมาะกับแม่ตั้งครรภ์ตั้งแต่เริ่มท้องจนถึงใกล้คลอด
2.ท่านารีขี่ม้า
ฝ่ายหญิงอยู่บน ฝ่ายชายนอนหงายอยู่ล่างหันหน้าสบตากัน ท่านี้ฮิตมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 หลังจากภาพยนตร์เรื่อง Basic instinct ซึ่งมีพระเอกไมเคิล ดักลาส และนางเอกชารอน สโตน แสดงนำ ภาพนางเอกแสดงท่านารีขี่ม้าคงเป็นที่จดจำกันไปทั่ว ข้อดีคือฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายควบคุมเกม และมักจะลงเอยด้วยการถึงจุดสุดยอดก่อนฝ่ายชาย เหมาะสำหรับฝ่ายหญิงที่ฟิต แข้งขาแข็งแรง น้ำหนักตัวไม่มากไป และฝ่ายชายที่ไม่ค่อยแข็งแรง ออกแรงมากไม่ได้
**ท่านี้สามารถใช้ได้ในแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน
1.ท่ามิชชั่นนารี
สำหรับท่านี้ ฝ่ายชายอยู่บน ฝ่ายหญิงนอนหงายอยู่ล่าง ท่านี้เป็นท่าเก่าแก่ หรือบางคนเรียกท่าสิ้นคิด แต่อย่าคิดว่าไม่มีอะไรดีนะคะ แม้แต่เมนูสิ้นคิด เช่น ข้าวราดกะเพราไข่ดาวยังเอาเราอยู่แทบทุกมื้อ ท่ามิชชั่นนารีก็เช่นกัน ท่านี้มีข้อดีหลายข้อ ได้แก่ ทำให้ฝ่ายหญิงไม่เหนื่อย สามารถสัมผัสกระตุ้นต่อมกระสันจนฝ่ายหญิงพึงพอใจ ทำให้สอดใส่ได้ลึกมากขึ้น เหมาะกับฝ่ายชายที่มีความยาวของน้องชายไม่มากไม่มาย ทั้งยังเหมาะกับการเลือกเพศบุตรเป็นเพศชาย โดยการสอดใส่ให้ลึก และมีเพศสัมพันธ์กันในวันไข่ตก
**ท่านี้สามารถใช้ได้ในแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน

ที่มา : momypedia.com

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สุขสมกับจีสปอต

สุขสมกับ .. "จีสปอต"
นี่คือจุดซ่อนเร้นที่คุณผู้ชายสามารถสร้างความสุขสมอันล้นเหลือให้แก่คุณได้


  จีสปอต (G Spot) อยู่ตรงไหน

ถ้าหญิงสาวนอนหงายอยู่ บริเวณที่เรียกว่าจีสปอต (Grafenberg Area) จะอยู่ลึกเข้าไปในช่องคลอดราว 1.5 นิ้วที่ผนังด้านบน มีลักษณะพื้นผิวสากระคายมือและนูนกว่าส่วนอื่นของช่องคลอดเล็กน้อย และเมื่อถูกกระตุ้นจะรู้สึกบวมพองขึ้น

  กระตุ้นจีสปอตด้วยมือ

สอดนิ้มมือเข้าในช่องคลอดลึกราว 2-3 นิ้วและเคลื่อนนิ้วเป็นวงกลมไปรอบๆ ผนังช่องคลอด การกระตุ้นจีสปอตโดยตรงควรใช้แรงกดหนักๆ ดีกว่าการลูบหรือถูไถ พร้อมกับอาจเคลื่อนไหวเล็กน้อย เป็นวงกลมหรือเคลื่อนที่เข้าออก หรือผสมผสานกันทั้งสองอย่างก็ได้



  กระตุ้นจีสปอตในการร่วมเพศ

ท่าร่วมเพศที่เชื่อกันว่ากระตุ้นจีสปอตได้ดีที่สุดก็คือ ให้ผู้หญิงนอนหงาย งอเข่าเข้าหาหน้าอก ท่านี้จะทำให้ช่องคลอดตื้นขึ้น และสามารถสัมผัสกับจีสปอตได้ง่ายขึ้น จากนั้น ให้ฝ่ายชายนอนประกบทางด้านข้าง พร้อมยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาในระดับหน้าอกของฝ่ายหญิง และให้เขาสอดใส่จากข้างหลัง ท่านี้จะสามารถกระตุ้นจุดจีได้โดยตรง

  สุขสมจากจีสปอตเป็นอย่างไร

         เมื่อสัมผัสครั้งแรก ผู้หญิงจะมีความรู้สึกเหมือนอยากจะปัสสาวะ จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นความพอใจทางเพศอย่างรุนแรง ผู้หญิงบางคนมีการบรรลุจุดสุดยอดจากการกระตุ้นจีสปอต และบางคนมีความรู้สึกว่ามีการขับของเหลวบางอย่างออกมาจากท่อปัสสาวะด้วย

ที่มา ... Lisa 

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ตำรานี้เป็นตำราดู สาวบริสุทธิ์

ตำรานี้เป็นตำราดู สาวบริสุทธิ์ หรือสาวที่ยัง ซิงๆกันอยู่นั่นเอง ในสมัยก่อน ผู้เฒ่า ผู้แก่ ผู้มีประสบการณ์ได้เล่าต่อๆกันมา อย่างที่เคยบอกว่าเป็นตำราวัดเส้าหลินเมื่อพันปีก่อน แต่เนื่องจากด้วยในยุคสมัยนี้ผู้หญิงได้กล้ากว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งอาจจะทำให้บางข้อไม่ถูก แต่ก็พอถูๆไถๆไปได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปซีเรียสกันมากนะครับ

สาวที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ หรือ สาวบริสุทธิ์ จะมีลักษณะกิริยาท่าทาง ดังนี้
1.เมื่อถูกชายจ้องมอง จะไม่กล้าสบตา จะหลบตา ถึงจะชอบชายนั้นอยู่ก็จะเพียงแอบชำเลืองมอง
2.เวลาคุยกับผู้ชาย จะเหนียมอาย ไม่กล้าต่อปากต่อคำ ไม่มองตรงๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจา ถามคำตอบคำ
3.หากชายเข้าใกล้ในรัศมี ½ – 1 เมตร จะขยับหนีทันที
4.ถ้าชายแอบจับมือหรือกอด จะดึงมือออกหรือผลักชายออกอย่างแรง ถ้าไม่ปล่อยก็จะดึงจนสุดแรง
5.เวลาเดินผ่านผู้ชาย จะเดินตัวลีบ กระมิดกระเมี้ยน และพยายามเดินห่างๆ
6.กิริยาท่าทางจะเหมือนเด็กมากกว่าจะเป็นผู้ใหญ่ ชอบกระเซ้าเย้าแหย่ เล่นแบบเด็กๆ
7.ชอบดึงเสื้อและกระโปรง กลัวว่าจะโป๊ ยิ่งเวลาแต่งตัวตามแฟชั่น(โป๊)จะคอยดึงคอยจับตลอดเวลา
8.เวลานั่งจะหนีบขาไว้ชิดกัน ยิ่งเวลามีคนมองยิ่งหนีบแน่น
9.เวลาเดินจะช้าๆค่อยๆ เดินตรง ไม่ค่อยแกว่งแขนหรือส่ายไปมา
10.เวลาก้มตัวจะเอามือปิดอกเสื้อหรือดึงกระโปรงไว้(ถ้าใส่กระโปรงสั้น)

สาวที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ หรือ สาวบริสุทธิ์ เมื่อมีเพศสัมพันธ์จะมีอาการ ดังนี้
1.จะสวมเสื้อผ้ามิดชิดและนอนหันหลังให้ชาย
2.จะแข็งขืนเมื่อถูกชายกอด
3.จะดึงมือชายออกเมื่อถูกชายพยายามถอดเสื้อผ้า
4.จะเอามือปิดอกหรือ….ไว้และหนีบขาไว้แน่น
5.จะผลักชายออกเมื่อชายกอดหรือขึ้นทับ
6.จะไม่กระดุกกระดิก,ไม่ตอบสนองใดๆ ปล่อยให้ชาย…. ฝ่ายเดียว
7.จะไม่ให้เปิดไฟสว่าง
8.จะไม่ส่งเสียงร้อง อย่างมากก็ครางนิดๆ
9. จะเจ็บไม่มากก็น้อย
10.เมื่อชายเสร็จและจากออก สาวจะรีบเอาผ้าปิดและนอนเฉย โดยไม่เข้าห้องน้ำในทันที

ซิง

ฟิตหรือไม่นั้น ชี้ชัดไม่ได้ว่าเคยผ่านหรือไม่ เพราะกล้ามเนื้อบางคนไม่แข็งแรงและของชายเล็ก
สาวใดเนื้อตัวแข็ง เนื้อแน่น แข็งแรง กล้ามเนื้อจะแข็งแรง….จะฟิต ถึงจะมีลูกแล้ว….ก็ฟิต
สาวใดใบหน้าอวบอูม หน้ามีเนื้อ….ก็อวบอูม ใหญ่ มีเนื้อ.
สาวใดใบหน้าแหลม เป็นกระดูก ไม่มีเนื้อ….ก็ลีบ เป็นกระดูก ไม่มีเนื้อ
สาวใดหน้าแบนๆใหญ่ๆ….ก็จะแบนๆ ใหญ่ๆ
สาวใดหน้าเล็กๆแต่ไม่มีกระดูก….ก็จะเล็กๆน่ารัก ไม่มีกระดูกเช่นกัน
สาวใดก้นงอนเหมือนเป็ด….จะคล้อยต่ำไปด้านหลัง
สรุป คือ สาวใดมีใบหน้าแบบใด….ก็เป็นแบบนั้น และสาวที่ลักษณะเป็นเลิศคือ ใบหน้าอวบอูม มีเนื้อแน่นแข็ง สะโพกใหญ่ผาย หน้าท้องเรียบ

อย่างที่ Horoscope.Mthai.com บอกไปแล้วว่าในยุคสมัยนี้ไม่สามารถตัดสินอะไรได้ สำหรับ สาวบริสุทธิ์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกกับคุณผู้ชายทั้งหมดนะครับ ในเมื่อคุณรักเขาแล้ว จะเป็น สาวบริสุทธิ์ หรือไม่ สิ่งสำคัญที่คุณต้องทำคือ อย่าทิ้งเขา ดูแลเขาดีๆ และอย่าเจ้าชู้นะครับ