9 ขั้นตอนในการสวมถุงยางอนามัยให้ถูกต้อง
1. เลือกถุงยางอนามัยตามขนาดที่เหมาะสม ตามคุณสมบัติที่ถูกใจ ที่ไม่หมดอายุ มีการรับรองตามมาตรฐาน และไม่เก่าเก็บ ไม่ใช่ถุงยางที่เก็บไว้ในที่ร้อน หรือในกระเป๋าสตางค์ที่มีการนั่งทับจนแบนแต๊ดแต๋เป็นเวลานาน
2. ฉีกถุงยางอนามัยด้วยมือด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เล็บ หรือของมีคมไปเกี่ยวโดนตัวถุงยางอนามัย เพราะจะทำให้ขาดหรือ
รั่วซึมได้
3. กรณีที่เลือกถุงยางอนามัยที่มีกระเปาะเก็บน้ำอสุจิตรงปลาย ต้องบีบไล่ลมออกจากกระเปาะก่อนสวมเข้ากับอวัยวะที่แข็งตัวเต็มที่
4. คลี่ถุงยางอนามัยออกมาประมาณ 1 - 2 เซนติเมตร โดยให้ขอบรอยม้วนที่เป็นวงแหวนอยู่ด้านนอก แล้วนำมาสวมกับอวัยวะที่แข็งตัวเต็มที่ หากเป็นถุงยางที่ไม่มีกระเปาะตรงปลาย ต้องเหลือเนื้อที่ตรงปลายไว้เล็กน้อย เพื่อเก็บกักอสุจิ มิฉะนั้นถุงยางอนามัยจะแตกได้
5. หากขณะนำมาใช้ รู้สึกว่าหล่อลื่นไม่พอ สารหล่อลื่นที่จะใช้เพิ่มต้องเป็นเจลหล่อลื่นชนิดน้ำหรือซิลิโคน ห้ามใช้อุปกรณ์ในห้องครัวหรือใกล้ตัว เช่น น้ำมันพืชต่างๆ วาสลิน ฯลฯ เพราะจะทำลายถุงยางอนามัยให้รั่วซึมได้
6. แม้จะกลัวการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์เพียงใด ห้ามสวมถุงยางอนามัยเกิน 1 ชั้น เพราะยิ่งมากชั้น เวลาปฏิบัติการถุงยางจะยิ่งเสียดสีกันทำให้รั่วหรือแตกได้ง่ายขึ้น
7. หลังจากสำเร็จกิจ ต้องรีบถอนถุงยางอนามัยออกมา โดยต้องเอามือจับโคนถุงยาง มิฉะนั้นจะถอนออกมาแต่อวัยวะ ถุงยางหลุดอยู่ด้านใน ทั้งห้ามแช่เพราะหากอวัยวะเพศอ่อนตัวทำให้ถุงยางหลุดค้างคาเข้าไปด้านในได้ ระมัดระวังการจับโดนด้านนอกของถุงยางอนามัยหลังสำเร็จกิจ เพราะอาจจะติดเชื้อจากสารคัดหลั่งของฝ่ายหญิงที่ติดมากับด้านนอกของถุงยางอนามัย
8. เมื่อใช้เรียบร้อยแล้ว ควรไปรองน้ำดูว่ารั่วหรือซึมไหม หากรั่วหรือซึมจะได้รีบแก้ไข เช่น รับประทานยาคุมฉุกเฉิน หรือรับประทานยาต้านไวรัสเอดส์
9. ควรหุ้มห่อ ใส่ถุงพลาสติก และทิ้งถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว ในถังขยะมีพิษ ไม่ควรทิ้งในชักโครก หรือทิ้งในถังขยะรีไซเคิล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น